ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

ข่าวประกันภัยทั่วไป

บิ๊กตลาดเกรย์ บุก ประกันภัย ซื้อ "พระนครธนบุรี"

นายทุนเก่า "ถอดใจ" ตัดสินใจขายหุ้น หลังจากขายธุรกิจเครื่องดื่ม โยกงาน ประกันภัย ทั้งหมดไปให้บริษัท อาคเนย์ ประกันภัย

บริษัทประกันวินาศภัยเปลี่ยนเจ้าของใหม่อีกค่าย ภายหลังนายทุนเก่า "ถอดใจ" ตัดสินใจขายหุ้นที่ถืออยู่มาหลายสิบปี ให้กับกลุ่มใหม่ที่เข้ามาขอซื้อต่อ โดยค่าย ประกันภัย ที่ว่าคือ บริษัท พระนครธนบุรี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่มีเบี้ย ประกันภัย ปีละแค่ 30 ล้านบาท เล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจประกันวินาศภัยทั้งระบบ ที่มีเบี้ย ประกันภัย รับรวมเกือบ 1.8 แสนล้านบาท และปีนี้จะพุ่งทะลุหลัก 2 แสนล้านบาท บริษัท ประกันภัย ที่แทบจะไม่เป็นที่รู้จัก ทั้งที่ก่อตั้งมากว่า 60 ปี

"เป๊ปซี่" ขาย "พระนครธนบุรี"

ข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย ให้ข้อมูลว่า พระนครธนบุรี ประกันภัย ได้ผู้ถือหุ้นรายใหม่แล้ว เป็นกลุ่มธุรกิจตระกูล "บัณฑิตกฤษดา" เข้าซื้อหุ้นใหญ่สัดส่วน 78% ต่อจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม 3 กลุ่มคือ "บุลสุข" อดีตเจ้าของเครื่องดื่ม "เป๊ปซี่" กลุ่ม "ตัน ธุวนิตย์" และกลุ่ม "หวั่งหลี" ที่ขายหุ้นทั้งหมดให้

สาเหตุที่ผู้ถือหุ้นเดิมขายกิจการ เพราะหลังจากขายธุรกิจเครื่องดื่ม ให้กับประธานกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ เมื่อปีที่ผ่านมาได้โยกงาน ประกันภัย ทั้งหมดที่เคยส่งให้กับพระนครธนบุรี ประกันภัย ไปให้บริษัท อาคเนย์ ประกันภัย แทน ทำให้เบี้ย ประกันภัย ของพระนครธนบุรีหายไปมาก จึงคิดจะขายกิจการออกไป ซึ่งผู้ถือหุ้นอีก 2 กลุ่มที่เหลือ จึงคิดจะขายด้วย

"ที่ผ่านมาพระนครธนบุรีอยู่ได้ เพราะได้งานจากผู้ถือหุ้นคือ เป๊ปซี่ ที่ส่ง ประกันภัย มาให้เขา มีกำไรมาตลอด ไม่มีปัญหาเรื่องเงินกองทุน แต่พอกลุ่มขายธุรกิจเป๊ปซี่ออกไป งานหลักที่เคยได้ก็หายไป พอมีคนมาขอซื้อกิจการ ให้ราคาดีเขาก็ขาย เท่าที่ทราบเจ้าของใหม่เขาทำธุรกิจหลายอย่าง เห็นว่ามีธุรกิจขาย รถยนต์ นำเข้าด้วย ตอนนี้เขาถือหุ้นพระนครธนบุรี ประกันภัย อยู่ 78% เป็นสัดส่วนของ 3 ตระกูลที่ขายให้ แม้จะกุมอำนาจบริหารแล้ว แต่กำลังขอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นรายย่อยๆ อยู่"

เล็งพะยี่ห้อใหม่ "สัญญา ประกันภัย " / พร้อมตั้งบอร์ดใหม่คุมทันควัน

ข่าวกล่าวว่า ทางผู้ถือหุ้นใหม่ได้เปลี่ยนกรรมการบริหาร (บอร์ด) ชุดใหม่ เข้ามาบริหารบริษัท ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก คปภ.แล้ว มีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งในบอร์ดชุดใหม่ได้แต่งตั้งกรรมการใหม่เพิ่มอีก 3 คน แทนกรรมการชุดเดิมที่ลาออกไป 3 คน ยิ่งกว่านั้นเจ้าของใหม่เตรียมจะเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น "บริษัท สัญญา ประกันภัย " ด้วย ซึ่งทาง คปภ.ยังไม่อนุมัติ เพราะเกรงจะทำให้ประชาชนทั่วไปสับสน นึกว่าเป็นสัญญา ประกันภัย ที่เป็นกรมธรรม์ ประกันภัย ทั่วไป

"ในเรื่องบอร์ดบริหาร เชื่อว่าเขาอาจจะเปลี่ยนกรรมการชุดใหม่เข้ามาอีก เขาขายกันไปเท่าไหร่ คปภ.ไม่รู้ เป็นเรื่องของธุรกิจ สิ่งที่เราสนใจคือ บริษัทต้องมีความแข็งแกร่ง และธุรกิจจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรมากกว่า เท่าที่ทราบนโยบายของเจ้าของใหม่จะบุก ประกันภัยรถยนต์ พ.ร.บ."

"หวั่งหลี" ชี้ไม่ได้บริหาร / ราคาขาย 260 ล้าน/กำไร 100 ล้าน

ด้านประธานบริหาร บมจ.นวกิจประกันภัย กล่าวว่า ตระกูลหวั่งหลีถือหุ้นพระนครธนบุรี ประกันภัย ประมาณ 10% นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ร่วมกับตระกูลเก่าอื่นๆ ที่ผ่านมาถือหุ้นอย่างเดียวไม่ได้ร่วมบริหาร วันหนึ่งมีคนมาขอซื้อบริษัท จึงต้องการจะขายหุ้นออกไป ตนเห็นว่าในเมื่อไม่ได้บริหารแล้ว มีคนมาขอซื้อจึงตัดสินใจขายด้วย เท่าที่ทราบน่าจะขายไประมาณ 260 ล้านบาท กำไรประมาณ 100 ล้านบาท เทียบจากมูลค่าทางบัญชีของบริษัท 160 ล้านบาท

"จริงๆ พระนครธนบุรี มีกำไร มีปันผลทุกปี ปีละ 10-15% แต่ช่วงหลังเมื่อไม่มีงานจากเป๊ปซี่ เบี้ยหายไปมาก เหลือประมาณ 30-40 ล้านบาท เรามองว่าอาจจะอยู่ยาก เมื่อมีคนมาขอซื้อเลยขายออกไป การที่มีคนมาซื้อ แสดงว่าเขาคงมองเห็นบางอย่างในบริษัท"

เผยทุนใหม่ทำธุรกิจเกรย์มาร์เก็ต / วงการแฉ เหล้าเก่าในขวดใหม่

ตรวจสอบพบว่าเป็นกลุ่มทุนไทย ที่ไปทำธุรกิจในฮ่องกง หนึ่งในธุรกิจหลักคือ การเป็นผู้นำเข้า รถยนต์ อิสระ (เกรย์ มาร์ เก็ต) เป็นกลุ่มที่มีเงินทุน แต่ไม่มีมือทำธุรกิจ ประกันภัยรถยนต์ ที่บริษัทวางไว้เป็นธุรกิจหลัก โดยล่าสุดได้ดึงตัวมือเก่า ที่คุม ประกันภัยรถยนต์ ที่เคยอยู่บริษัทธนสิน ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่มีปัญหาในอดีต ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ยูเนี่ยนอินเตอร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มาดูแล ซึ่งในช่วง 1-2 วันนี้ประชุมตัวแทนนายหน้าชี้แจงเรื่องนี้อยู่

ข่าวจากบริษัท ประกันภัย แห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า การประกอบธุรกิจ ประกันภัย ในช่วงหลัง ยากกว่าในอดีต ต้องใช้เงินทุนเพิ่มขึ้น ทั้งจากกฎหมายและระเบียบใหม่ๆ ของภาครัฐ อาทิ RBC, การบังคับเป็นบริษัทมหาชน, มาตรฐานบัญชีใหม่ เป็นต้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น อาทิ เงินเดือนพนักงาน การแข่งขันในตลาด อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของภัยธรรมชาติต่างๆ ที่มีแนวโน้มเกิดมากขึ้น โดยเฉพาะหลังน้ำท่วมปี 2554

ที่มา : โพสต์ทูเดย์